ข้อตกลงเเละเงื่อนไข

8 min. readlast update: 03.16.2026

ข้อมูลทั่วไป

      สินค้า หมายถึง เครื่องกรองน้ำ/ เครื่องฟอกอากาศ/ ฝารองสุขภัณฑ์/ เครื่องปรับอากาศ/ เครื่องกรองน้ำภายนอก/
เก้าอี้นวดไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่วางตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าโคเวย์ (COWAY) 

      โคเวย์ (Coway) หมายถึง บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด /พนักงาน /ผู้ให้เช่าซื้อ /ผู้ให้เช่า /ผู้ให้บริการ /ตัวแทนขาย รวมถึงศูนย์บริการลูกค้า หรือสาขาของบริษัทฯ 

      ลูกค้า หมายถึง บุคคล นิติบุคล องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานราชการที่ตกลงทำสัญญาซื้อขาย /สัญญาเช่าซื้อ /สัญญาเช่า /สัญญาบริการ

       ข้อตกลง หมายถึง คำสั่งซื้อสินค้า /สัญญาซื้อขาย /สัญญาเช่าซื้อ /สัญญาเช่า /การบริการ ซึ่งอาจแก้ไขหรือเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว

       ประเภทการขาย หมายถึง การซื้อขาย (PACKAGE) การเช่าซื้อ (COWAY CARE) การเช่า (RENTAL) การบริการ (MEMBERSHIP)

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการซื้อสินค้าสำหรับเครื่องฟอกอากาศ, เครื่องกรองน้ำ, เครื่องกรองน้ำภายนอก, ฝารองสุขภัณฑ์
1. บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (“Coway”) จะรับคำสั่งซื้อสินค้า (“สินค้า”)  หรือบริการ (“บริการ”) ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายดังระบุไว้ในด้านหน้านี้ โดยบุคคลซึ่งมีคำสั่งซื้อสินค้าหรือบริการจาก Coway (“ลูกค้า”) จะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขและข้อตกลงดังกล่าวด้วย สำหรับการสั่งซื้อของลูกค้าถือเป็นเอกสารหลักฐานที่มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการสั่งซื้อสินค้า ประเภทสินค้า ราคา ตลอดจนระบุสถานที่ติดตั้งสินค้า และคำสั่งการจัดส่งสินค้าเท่านั้น ดังนั้น ข้อกำหนดใดๆ ในคำสั่งซื้อของลูกค้า (หรือเอกสารและการสื่อสารอื่นๆ) ที่ไม่สอดคล้องกัน หรือเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงดังระบุในเอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นส่วนของสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง Coway และลูกค้า ในการนี้ Coway ขอสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขปรับปรุงเงื่อนไข และข้อตกลงดังกล่าวได้ตลอดเวลา

       Coway จะทำการติดตั้งสินค้าหลังจากที่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือเงินดาวน์ตามที่กำหนดถูกต้องครบถ้วนแล้วเท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์ไม่ติดตั้งสินค้า และมีสิทธินำสินค้ากลับคืนทันที ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่าลูกค้าชำระเงินค่าสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด
2. สินค้าของ Coway เป็นสินค้าใหม่ทั้งหมด โดยเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีน เมื่อเกิดปัญหากับสินค้าจากการใช้งานตามปกติ การรับประกันของ Coway จะรับประกันครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง อุปกรณ์ และอะไหล่ต่างๆ โดยความรับผิดชอบสูงสุดของ Coway นั้น จะชดเชยให้เท่ากับหรือไม่สูงกว่าราคาที่ซื้อสินค้าประเภทนั้นๆ
3. ราคาสินค้า Coway ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้ตลอดเวลา หากลูกค้าเกิดความไม่แน่ใจในราคา โปรดเยี่ยมชมรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.coway.co.th เพื่อตรวจสอบราคาและประเภทของสินค้าทุกชนิด
4. Coway ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธในการทำการค้ากับบริษัทหรือบุคคลใดๆ และ/หรือปฏิเสธที่จะตอบรับคำสั่งซื้อใดๆ          จากลูกค้า และ/หรือมีสิทธิที่จะอนุมัติหรือปฏิเสธการสั่งซื้อสินค้าใดๆ จากลูกค้า
5. การจัดส่งและการติดตั้งสินค้า Coway จะจัดส่งและติดตั้งสินค้าให้ลูกค้าภายหลังจากที่ Coway ตรวจสอบเอกสารและสอบถามข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้ว และเห็นว่าลูกค้ามีคุณสมบัติตามที่ Coway กำหนด (เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่นก่อนวันที่มีการจัดส่งสินค้า) นอกจากนี้ Coway จะแจ้งรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมให้ลูกค้าทราบ ณ วันที่ติดตั้งหรือส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า

       ทั้งนี้ วันและเวลาในการจัดส่งสินค้าตามที่ระบุไว้ในคำสั่งซื้อ หรือตามที่ตัวแทนของ Coway ได้แจ้งต่อลูกค้านั้น เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น อาจเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด (แล้วแต่กรณี) ดังนั้น ลูกค้าไม่สามารถนำคำบอกกล่าวหรือความล่าช้าดังกล่าวมาเป็นเหตุให้บอกเลิกคำสั่งซื้อ สัญญาต่างๆ หรือฟ้องร้องดำเนินคดีกับ Coway
6. การชำระเงินค่าสินค้า เมื่อลูกค้าชำระเงินค่าสินค้าแล้ว Coway จะออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวให้แก่ลูกค้าไว้เป็นหลักฐาน และลูกค้าจะได้ใบเสร็จรับเงินฉบับตัวจริงไม่เกิน 40 วันภายหลังจากได้รับการติดตั้งหรือรับมอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว

       กรณีลูกค้าชำระเงินค่าสินค้าด้วยเช็ค การชำระเงินดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ต่อเมื่อ Coway ได้ทำการเรียกเก็บเงินจากธนาคารผู้สั่งจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

การชำระเงิน:

การชำระค่าสินค้าและบริการทั้งหมด จะดำเนินการผ่านระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Online Payment Gateway) ซึ่งให้บริการและดูแลความปลอดภัยโดย บริษัท โอมิเซะ จำกัด (OMISE Payment Gateway)โดยรองรับการตัดชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต และช่องทางออนไลน์อื่นๆ ตามที่ระบบกำหนด
7. Coway จะรับประกันสินค้าตามระยะเวลาที่ลูกค้าตกลงทำสัญญากับ Coway โดยรายละเอียดปรากฏตามเงื่อนไขการให้บริการสินค้าของ Coway แต่ไม่รวมถึงความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้งานหรือการรับบริการที่ไม่เหมาะสมของลูกค้า ได้แก่

(1) การซ่อมแซม ดัดแปลง แก้ไขโดยบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่ผู้ให้บริการของ Coway

(2) การใช้สินค้าผิดประเภท หรือใช้งานสินค้าผิดวัตถุประสงค์

(3) สินค้าเสียหายโดยเจตนาของลูกค้า

(4) ภัยธรรมชาติ การจลาจล สงครามกลางเมือง การประท้วง เป็นต้น
8. ลูกค้าสามารถบอกเลิกการสั่งซื้อหรือบริการโดยส่งหนังสือแสดงเจตนามายัง Coway ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งหรือรับมอบสินค้า ทั้งนี้ สินค้าจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์เช่นเดียวกับขณะส่งมอบ หากการบอกเลิกการสั่งซื้อและบริการเป็นไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่ได้เกิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าลูกค้าจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งสินค้าเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท
9. ในกรณีที่สินค้าไม่ได้เกิคจากความชำรุดบกพร่องอันเนื่องมาจากสินค้าของ Coway หรือไม่ได้เกิดจากความผิดของ Coway แต่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานตามที่ควรจะเป็น หรือในกรณีเกิดความชำรุดเสียหายอันเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์ ของ Coway แต่ไม่เป็นเหตุถึงขนาดที่ลูกค้าไม่สามารถใช้หรือเป็นอันไร้ประโยชน์แก่ลูกค้า และ Coway ยังสามารถทำการจัดซ่อมได้ Coway จะทำการจัดซ่อมสินค้าให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ทั้งนี้ Coway ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนสินค้าหรืออะไหล่ใหม่ให้แก่ลูกค้า หากลูกค้าประสงค์เปลี่ยนสินค้าหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ลูกค้าจะต้องชำระค่าสินค้าหรือค่าอะไหล่โดยเสียค่าใช้จ่ายของลูกค้าเอง

10.ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ณ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 75/104-106 อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ชั้น 38 ซอยสุขุมวิท 19 (วัฒนา) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 หรือโทร. 1421 (Call Center) วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือเว็ปไซต์   www.coway.co.th

 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการเช่าซื้อสินค้าสำหรับเครื่องฟอกอากาศ, เครื่องกรองน้ำ, เครื่องกรองน้ำภายนอก, ฝารองสุขภัณฑ์

โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันมีข้อความดังต่อไปนี้ 

ข้อ1. ข้อตกลงในการเช่าซื้อ รายการทรัพย์สิน ระยะเวลาการเช่าซื้อ การชำระเงินล่วงหน้าและการชำระค่าเช่าซื้อ

1.1 คู่สัญญาตกลงว่า การชำระเงินค่าเช่าซื้อในแต่ละงวดจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ให้เช่าซื้อได้รับเงินนั้นและได้ออกใบเสร็จรับเงินในงวดนั้นๆให้แก่ผู้เช่าซื้อไว้เป็นหลักฐานแล้วเท่านั้น

1.2 สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินที่มีกำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระ 36 เดือน (3 ปี) หรือ 60 เดือน (5 ปี) หรือ 84 เดือน (7 ปี)
หากผู้เช่าซื้อผิดนัด หรือชำระเงินค่างวดทรัพย์สินที่เช่าซื้อในแต่ละงวดไม่ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้เช่าซื้อตกลงชำระค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยให้กับผู้ให้เช่าซื้อดังต่อไปนี้

1.2.1 ค่าติดตามทวงถามหนี้ โดยคำนวณอัตราค่าธรรมเนียมตามประกาศของคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ และ

1.2.2 ดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 1.25 (1.25%) ต่อเดือน ของยอดค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อค้างชำระ นับจากวันที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ เมื่อถึงกำหนดชำระในงวดนั้นๆ

1.3 ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิระงับการให้บริการ ตลอดถึงการบำรุงรักษาอื่นๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบ ทั้งนี้ ผู้ให้เช่าซื้อขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข
การให้บริการจากที่กำหนดจนกว่าผู้เช่าซื้อจะได้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วนตามสัญญาเสียก่อน

1.4 กรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อได้เสนอส่วนลดหรือเงื่อนไขพิเศษให้แก่ผู้เช่าซื้อ เช่น เสนอราคาส่วนลดพิเศษ โปรโมชั่นพิเศษ
ให้ข้อเสนอหรือเงื่อนไขพิเศษดังกล่าวสิ้นผลไปทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลาที่ผู้ให้เช่าซื้อเสนอ โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด

1.5 หากผู้เช่าซื้อทำผิดสัญญา ผิดนัดชำระหนี้ เปลี่ยนรูปแบบการชำระหนี้จากการตัดบัตรเครดิตที่แจ้งความประสงค์กับ
ผู้ให้เช่าซื้อไว้ก่อนหน้านี้มาเป็นการชำระหนี้โดยวิธีอื่น หรือมีเหตุอื่นในลักษณะดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกราคาโปรโมชั่นที่ได้เคยแจ้งไว้กับผู้เช่าซื้อก่อนหน้านี้แล้วกลับมาใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้เช่าซื้อชำระราคาค่าสินค้าเต็มตามราคาเดิมได้ โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าและผู้เช่าซื้อทราบเงื่อนไขดังกล่าวนี้แล้วไม่คัดค้านแต่อย่างใด

ข้อ2. การส่งมอบ และสถานที่ติดตั้งทรัพย์สิน

2.1 คู่สัญญาตกลงให้สัญญาฉบับนี้มีผลผูกพันคู่สัญญาต่อเมื่อมีการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อและได้มีการลงลายมือชื่อในหลักฐานยืนยันการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อแล้ว

อนึ่ง หากผู้เช่าซื้อหรือตัวแทนของผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมลงลายมือชื่อในหลักฐานยืนยันการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หรือมีกรณี
อื่นใดที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวได้ ให้สัญญาฉบับนี้มีผลผูกพันคู่สัญญาทันทีนับตั้งแต่วันที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อเสร็จสิ้น

2.2 ผู้เช่าซื้อขอยืนยันว่าได้ทำการตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อแล้ว เห็นว่าทรัพย์สินที่เช่าซื้ออยู่ในสภาพปกติ เรียบร้อย
และสมบูรณ์ถูกต้องแล้วในขณะที่รับมอบสินค้า หากผู้เช่าซื้อหรือตัวแทนของผู้เช่าซื้อตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินที่เช่าซื้อชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้เช่าซื้อหรือตัวแทนผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้เช่าซื้อไม่อาจยกเหตุแห่งความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่เช่าซื้อมากล่าวอ้างใดๆ ต่อผู้ให้เช่าซื้อทั้งสิ้น

2.3 ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งทรัพย์สิน รวมทั้งจัดให้มีแรงดันน้ำ และกำลังไฟฟ้าที่เพียงพอสำหรับการติดตั้ง  และจะต้องใกล้เต้าเสียบปลั๊กไฟบ้านและเสียบปลั๊กจากเต้ารับไฟบ้านโดยตรงเท่านั้น หากไม่มีหรือสถานที่ติดตั้งทรัพย์สินไม่อยู่ใกล้เต้าเสียบปลั๊กไฟจากบ้านโดยตรง และผู้เช่าซื้อประสงค์ติดตั้งทรัพย์สินโดยใช้สายปลั๊กไฟพ่วง ผู้เช่าซื้อต้องเป็นผู้จัดหาปลั๊กไฟพ่วงที่ได้รับมาตรฐาน มอก.2432-2555 ขนาดกำลังไฟต้องไม่น้อยกว่าที่สินค้าแต่ละประเภทกำหนดไว้แต่ละรุ่น และต้องไม่มีปลั๊กไฟผลิตภัณฑ์อย่างอื่นเสียบปลั๊กใช้งานร่วมอยู่ด้วย 

ในกรณีที่มีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากผู้เช่าซื้อฝ่าฝืนสัญญาในข้อนี้ตามวรรคหนึ่ง  ผู้ให้เช่าซื้อขอสงวนสิทธิในการรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายและค่างวดเช่าซื้อที่ยังคงเหลืออยู่อันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนข้อสัญญาดังกล่าวจนครบถ้วน 

2.4 ผู้เช่าซื้อจะต้องเก็บรักษาทรัพย์สินให้อยู่ในความครอบครอง และการควบคุมดูแลของผู้เช่าซื้อตลอดเวลา ณ สถานที่ติดตั้ง ทั้งนี้ การย้ายทรัพย์สินออกจากสถานที่ติดตั้งจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อก่อนทุกครั้ง

ข้อ3. การโอนสิทธิและ/หรือย้ายสถานที่ติดตั้งทรัพย์สิน

3.1 ภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าซื้อทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นได้ ภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อแล้ว หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะโอนสิทธิ
การเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิในอัตรา 1,000 บาท ต่อครั้ง 

ทั้งนี้ ในการโอนสิทธิการเช่าซื้อดังกล่าวจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อและทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
ผู้โอน ผู้รับโอน และผู้ให้เช่าซื้อครบถ้วนแล้วเท่านั้น

3.2 การย้ายสถานที่ติดตั้ง 

3.2.1 ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เช่าซื้อเป็นเครื่องกรองน้ำ หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะย้ายสถานที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ
ผู้เช่าซื้อไม่สามารถถอดและติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ด้วยตนเอง โดยผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้ทำการถอดและติดตั้งให้เท่านั้น ทั้งนี้ ในการถอดและติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อครั้งแรก ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าบริการถอด
ในอัตรา 500 บาท และค่าบริการติดตั้งในอัตรา 500 บาท ยกเว้นเครื่องกรองน้ำใช้ (POE) ค่าบริการถอด
ในอัตรา 500 บาท และค่าบริการติดตั้ง 1,000 บาท หากผู้เช่าซื้อมีความประสงค์จะถอดทรัพย์สินที่เช่าซื้อครั้งต่อไป
ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าบริการถอดในอัตรา 1,000 บาท ต่อครั้ง และค่าบริการติดตั้งในอัตรา 1,000 บาท ต่อครั้ง
ยกเว้น เครื่องกรองน้ำใช้ (POE) ค่าบริการถอดในอัตรา 1,000 บาท และค่าบริการติดตั้งในอัตรา 2,000 บาท 
ตลอดอายุสัญญา  

3.2.2  ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เช่าซื้อเป็นเครื่องฟอกอากาศ ผู้เช่าซื้อสามารถย้ายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปยังสถานที่ติดตั้งใหม่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดอายุสัญญา ทั้งนี้ ผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อรับทราบเป็นหนังสือ และได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้ง รวมถึงผู้เช่าซื้อจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนดอย่างถูกต้องครบถ้วน จึงจะสามารถทำการย้ายสถานที่ติดตั้งได้

3.3 ผู้เช่าซื้อทราบดีว่า สิทธิในการเช่าซื้อเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าซื้อแต่ละบุคคล ดังนั้น การโอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อ เป็นหน้าที่ของผู้เช่าซื้อที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน หากผู้เช่าซื้อไม่ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิปฏิเสธการโอนสิทธิได้ และในกรณีที่ไม่สามารถโอนสิทธิได้ ผู้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อต่อไปจนกว่าจะครบถ้วน

ข้อ4. คำรับรองของผู้เช่าซื้อ

4.1 ผู้เช่าซื้อจะต้องใช้งานทรัพย์สินที่เช่าซื้อด้วยความระมัดระวัง และสงวนรักษาทรัพย์สินเสมอด้วยวิญญูชนจักพึงสงวนรักษาทรัพย์สินของตนเอง และจะไม่ใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในทางที่ผิดกฏหมาย ผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์ และผู้เช่าซื้อจะต้องไม่ทำการดัดแปลง รื้อถอน ซ่อมแซม เปลี่ยนไส้กรอง อะไหล่ ชิ้นส่วนของทรัพย์สินที่เช่าซื้อโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อแล้วเท่านั้น

 4.2 ผู้เช่าซื้อตกลงเข้าทำสัญญาบริการบำรุงรักษาทรัพย์สินตลอดระยะเวลาการเช่าซื้อตามเงื่อนไขที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด

ข้อ5. กรรมสิทธิ์ การตรวจสอบและความรับผิดในกรณีที่ทรัพย์สินชำรุดหรือสูญหาย

5.1 ในระหว่างการเช่าซื้อตามสัญญานี้ ผู้ให้เช่าซื้อยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และผู้เช่าซื้อสัญญาว่าจะไม่นำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปจำหน่าย จำนำ ให้เช่า ให้ยืม หรือให้ผู้อื่นครอบครอง หรือใช้ หรือนำไปไว้ที่อื่นนอกจากสถานที่ติดตั้งที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ หากผู้เช่าซื้อฝ่าฝืน ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ และเรียกเอาทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนได้โดยบอกกล่าว
เป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน พร้อมกับมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญาต่อผู้เช่าซื้อเพื่อเรียกค่าเสียหายได้

5.2 ในระหว่างการเช่าซื้อตามสัญญาฉบับนี้ ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อและ/หรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อเข้าไปในสถานที่ของผู้เช่าซื้อหรือสถานที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ เพื่อตรวจสภาพทรัพย์สิน รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยการเข้าไปของ
ผู้ให้เช่าซื้อถือว่าเป็นเหตุอันควรไม่ถือเป็นการบุกรุก หรือเป็นความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาแต่อย่างใด

5.3 ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรกรรม อัคคีภัย อุทกภัย วินาศภัย สูญหาย ถูกทำลาย ถูกยึดหรืออายัด หรือถูกริบไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใดก็ตาม อันเนื่องมาจากความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแต่ฝ่ายเดียว และผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบโดยทันที โดยผู้เช่าซื้อตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อเต็มจำนวนตามความเสียหายที่แท้จริง

5.4 ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อทำการดัดแปลงแก้ไข หรือต่อเติมทรัพย์สินที่เช่าซื้อโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
จากผู้ให้เช่าซื้อก่อน ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าซื้อในบรรดาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการทำให้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อกลับคืนสู่สภาพเดิม

5.5 ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกแก่ผู้เช่าซื้อทันที เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชำระค่างวดทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้กับผู้ให้เช่าซื้อครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ตกลงไว้ในสัญญาฉบับนี้

ข้อ6. การบอกเลิกสัญญา

6.1 สัญญานี้มีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจนกว่าจะครบกำหนดการเช่าซื้อ หรือเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด
การเช่าซื้อ ตามข้อตกลงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญานี้

6.2 เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญานี้ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนครบกำหนดการเช่าซื้อ เมื่อปรากฏเหตุดังต่อไปนี้

6.2.1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน หรือ 

6.2.2 ผู้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง และไม่แก้ไขการประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวภายใน 7 วันนับแต่ได้รับคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อ หรือทรัพย์สินตกไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากความผิดของผู้เช่าซื้อ 

6.2.3 ทรัพย์สินสูญหาย เสียหาย หรือถูกทำลายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ดีดังเดิม หรือถูกยึด ถูกอายัด หรือ

6.2.4 ผู้เช่าซื้อกระทำการใดๆ ในการดัดแปลง หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน จนทำให้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือ

6.2.5 ผู้เช่าซื้อถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกยึดทรัพย์บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล

6.2.6 ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าซื้อนำไส้กรองอื่นที่ไม่ใช่ของโคเวย์ มาเปลี่ยนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อ

6.3 กรณีมีการบอกเลิกสัญญา ผู้เช่าซื้อจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้ดีแก่ผู้ให้เช่าซื้อ
ณ สถานที่ที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระและเรียกค่าเสียหายได้ทันที อีกทั้งยินยอมชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัด หรือเป็นหนี้อยู่ในเวลานั้นตามสัญญา และยอมชดใช้ค่าติดตามทวงถามแก่ผู้ให้เช่าซื้ออีกด้วย กรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืน ถือว่าผู้เช่าซื้อครอบครองทรัพย์สินที่เช่าซื้อไว้โดยมิชอบ และยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้แทนติดตามเข้าไป ณ ที่ซึ่งทรัพย์สินที่เช่าซื้อนั้นอยู่เพื่อเข้ายึดถือครอบครองเอาคืนไปได้เอง โดยผู้เช่าซื้อยินยอมไม่โต้แย้งขัดขวาง ไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ และยอมใช้ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ ที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องเสียไปในการสืบสวน ติดตามยึดถือ ครอบครอง ฟ้องร้อง ติดตามเอาทรัพย์สินคืน และค่าซ่อมแซมทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วน และผู้เช่าซื้อยอมชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ หรือใช้ค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการเอาทรัพย์สินนั้นให้เช่าในอัตราค่าเช่าตามปกติอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ผู้ให้เช่าซื้อจะเลือก ทั้งนี้ จนกว่าผู้เช่าซื้อจะได้ลงลายมือชื่อทำบันทึกยอมคืนและส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อแล้ว ถ้าวันทำบันทึกส่งมอบอยู่ระหว่างยังไม่ครบงวดก็ยอมชำระงวดนั้นเต็มจำนวน แต่ถ้าผู้ให้เช่าซื้อได้ขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปแล้วยังไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาฉบับนี้กับค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ผู้เช่าซื้อจะชดใช้เงินให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วน

6.4 ผู้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยส่งหนังสือแสดงเจตนาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งหรือวันที่ได้รับมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปยังผู้ให้เช่าซื้อ ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เช่าซื้อต้องอยู่สภาพสมบูรณ์เช่นเดียวกับขณะส่งมอบ หากการบอกเลิกสัญญาเป็นไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่ได้เกิดจากความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อตกลงชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งสินค้าหรือทรัพย์สินที่เช่าซื้อจำนวน 3,000 บาท

6.5 เมื่อสัญญาฉบับนี้ได้ถูกบอกเลิกแล้ว บรรดาเงินค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อได้จ่ายให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อแล้วตามสัญญานี้ให้ตกเป็นของผู้ให้เช่าซื้อทั้งหมด โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ต้องคืนเงินใดๆ ให้แก่ผู้เช่าซื้อ

ข้อ7. การชำระค่าปรับ

7.1 เมื่อผู้เช่าซื้อที่ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน 36 เดือน (3 ปี) บอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดตามระยะเวลาของสัญญา
ผู้เช่าซื้อต้องเสียค่าปรับจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาเช่าซื้อ 24 (ยี่สิบสี่) เดือน นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสัญญา ผู้เช่าซื้อจะต้องจ่ายชำระค่าปรับเท่ากับจำนวนเงินค่างวดต่อเดือน จนถึงเดือนที่ 24 (ยี่สิบสี่) และจ่ายชำระค่าปรับเพิ่มเติมอีกในอัตราร้อยละ 50 ของเงินค่างวดต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่ 25 – 36 (ยี่สิบห้า ถึง สามสิบหก) หรือ
  • กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาภายหลังระยะเวลาเช่าซื้อ 24 (ยี่สิบสี่) เดือน นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสัญญา ผู้เช่าซื้อจะต้องจ่ายชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 50 ของเงินค่างวดต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่บอกเลิก จนถึงเดือนที่ 36  (สามสิบหก)

7.2 ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อที่ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินมากกว่า 60 เดือน (5 ปี) ขึ้นไป บอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด
ตามระยะเวลาของสัญญา ผู้เช่าซื้อต้องเสียค่าปรับจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาเช่าซื้อ 36 (สามสิบหก) เดือน ผู้เช่าซื้อจะต้องจ่ายชำระค่าปรับเท่ากับจำนวนเงินค่างวดต่อเดือน จนถึงเดือนที่ 36 (สามสิบหก) และจะต้องชำระค่าปรับเพิ่มเติมอีกในอัตราร้อยละ 50 ต่อเดือน
    ตั้งแต่เดือนที่ 37 จนถึงงวดสุดท้ายของสัญญา หรือ
  • กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาภายหลังระยะเวลาเช่าซื้อ 36 (สามสิบหก) เดือน นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสัญญา ผู้เช่าซื้อจะต้องจ่ายชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 50 ของเงินค่างวดต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่บอกเลิก จนถึงงวดสุดท้ายของสัญญา

ข้อ8. การบอกกล่าว

8.1 การบอกกล่าวใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ให้ทำเป็นหนังสือและส่งโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ ในกรณีที่ส่งไม่ได้หรือคู่สัญญาย้ายที่อยู่ไปโดยไม่แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นได้รับคำบอกกล่าวแล้วในวันที่ไปรษณีย์ไปถึง หรือให้ถือว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้ รับการบอกกล่าวโดยชอบแล้ว หรือการแสดงเจตนาโดยถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อครบกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบอกกล่าวนั้น

8.2 คู่สัญญาตกลงให้ถือเอาที่อยู่ตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้เป็นภูมิลำเนาที่ถูกต้อง เพื่อการติดต่อและการส่งหนังสือบอกกล่าวระหว่างคู่สัญญา จนกว่าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะได้แจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังคู่สัญญา
อีกฝ่ายหนึ่ง

ข้อ9. คู่สัญญาตกลงให้นำใบสั่งซื้อสินค้า/สัญญาเช่าซื้อ/สัญญาบริการ หลักฐานยืนยันการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หรือหากคู่สัญญามีข้อตกลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้เพิ่มเติมในภายหลัง คู่สัญญาตกลงให้เอกสารหรือข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้และมีผลผูกพันคู่สัญญาด้วย

ข้อ10. หากข้อตกลงข้อหนึ่งข้อใดในสัญญาหรือที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์ คู่สัญญาตกลงให้แยกข้อตกลงดังกล่าวออกจากกัน และให้คู่สัญญายังคงผูกพันกันตามสัญญาหรือข้อตกลงส่วนที่เหลือที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย

 

เงื่อนไข/สัญญาการให้บริการสำหรับเครื่องฟอกอากาศ, เครื่องกรองน้ำ, เครื่องกรองน้ำภายนอก, ฝารองสุขภัณฑ์

1. ผู้ให้บริการตกลงให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมสินค้า ณ สถานที่ติดตั้งสินค้า ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดรายการสินค้า หรือตามเอกสารคำสั่งซื้อสินค้าแต่ละประเภท ภายในระยะเวลา 36 เดือน (3 ปี) หรือ 60 เดือน (5 ปี) หรือ 84 เดือน (7 ปี)
นับแต่วันติดตั้งทรัพย์สิน หรือวันที่เริ่มต้นสัญญา (“ระยะเวลาตามสัญญา”)
2. ตลอดระยะเวลาบริการตามสัญญา ผู้ให้บริการตกลงให้บริการบำรุงรักษา และซ่อมแซมสินค้า โดยมีรายละเอียดตามเอกสารคำสั่งซื้อสินค้า / สัญญาเช่าซื้อ / สัญญาบริการ ดังต่อไปนี้

  • บริการตรวจสภาพ ทำความสะอาดสินค้า ของแต่ละประเภทสินค้าตามรอบบริการที่ระบุไว้ ยกเว้น ในรอบบริการสุดท้าย
    ผู้ให้บริการจะไม่เข้าบริการทำความสะอาด 
  • บริการเปลี่ยนหัวฉีดหรือแบตเตอรี่ ตามรอบการเปลี่ยนของแต่ละสินค้า ตามระยะเวลาที่ผู้รับบริการระบุไว้ สำหรับสินค้าประเภทที่ต้องมีการเปลี่ยนหัวฉีดหรือแบตเตอรี่ ยกเว้น ในรอบบริการสุดท้ายผู้ให้บริการจะไม่ได้รับการเปลี่ยนหัวฉีดหรือแบตเตอรี่
  • เปลี่ยนไส้กรองตามรอบการเปลี่ยนของแต่ละประเภทไส้กรองของสินค้าที่จะต้องมีการเปลี่ยนไส้กรอง ตามระยะเวลาที่ผู้รับบริการระบุเลือกไว้ในสัญญา ยกเว้น ในรอบบริการสุดท้ายผู้รับบริการจะไม่ได้รับการเปลี่ยนไส้กรอง
  • ซ่อมแซมสินค้าในกรณีที่สินค้าเกิดชำรุดจากการใช้งานปกติในครัวเรือนหรือสำนักงาน 
  • ให้คำแนะนำแก่ผู้รับบริการทางโทรศัพท์ (Call Center 1421) โทรสาร (Fax) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
    หรือด้วยวิธีอื่นใด โดยเจ้าหน้าที่ช่างผู้บริการของผู้ให้บริการ
  • ผู้ให้บริการตกลงจัดหาช่างผู้ชำนาญการ เพื่อเข้าให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมสินค้า โดยช่างผู้ชำนาญการ
    จะเข้าให้บริการในเวลาทำการปกติของผู้ให้บริการ จันทร์ – เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

3. ในการย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้าจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการเสียก่อน โดยยื่นคำขอย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้า
ตามแบบที่ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อให้ผู้ให้บริการตรวจสอบพื้นที่การให้บริการ และพิจารณาอนุมัติให้ย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้าได้ 
4. ผู้รับบริการยินยอมให้ผู้ให้บริการหรือตัวแทนของผู้ให้บริการเข้าไปในอาคารหรือที่พักอาศัยที่ติดตั้งสินค้า เพื่อให้บริการบำรุงรักษา เปลี่ยนไส้กรอง หรือซ่อมแซมในระหว่างเวลาทำการปกติของผู้รับบริการ 
5. ในการให้บริการเปลี่ยนไส้กรองหรือซ่อมแซมที่ต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่ ผู้ให้บริการตกลงส่งมอบและติดตั้งไส้กรอง           หรืออะไหล่อันใหม่ให้แก่ผู้รับบริการ และผู้รับบริการตกลงส่งมอบไส้กรอง หรืออะไหล่ที่ถูกเปลี่ยนนั้น แก่ผู้ให้บริการ              เพื่อแลกเปลี่ยนกัน 
6. ในการให้บริการเปลี่ยนไส้กรอง หรือบริการซ่อมแซมที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ หรืออะไหล่ จะต้องให้ช่างผู้ชำนาญการของ         ผู้ให้บริการเป็นผู้กระทำเท่านั้น ผู้รับบริการไม่สามารถเก็บไส้กรอง อุปกรณ์หรืออะไหล่ เพื่อเปลี่ยนหรือซ่อมแซมด้วยตนเองได้
7. ในกรณีที่สินค้าไม่สามารถซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ผู้ให้บริการตกลงจัดหาสินค้าสำรองที่มีคุณภาพใกล้เคียง หรือเทียบเท่ากับสินค้าตามสัญญานี้ มาให้ผู้รับบริการใช้เป็นการชั่วคราวภายในระยะเวลาอันสมควร นับจากวันที่ทราบว่า
การซ่อมแซมต้องใช้เวลามากกว่า 1 สัปดาห์
8. เงื่อนไขการบริการฉบับนี้ถือเอาระยะเวลาตามสัญญาในข้อ 1 เป็นสำคัญ ดังนั้น ในกรณีที่มีการเลื่อนการเข้าบริการโดยไม่ใช่ความผิดผู้ให้บริการ หรือในกรณีที่ผู้รับบริการเป็นฝ่ายขอเลื่อนหรือไม่รับบริการ จึงไม่อาจถือว่าผู้ให้บริการเป็นฝ่ายประพฤติผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด หากครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาแล้ว ย่อมถือว่าเงื่อนไขบริการสิ้นสุด โดยผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่เข้าบริการชดเชยภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาแล้ว 
9. การให้บริการตามเงื่อนไขบริการฉบับนี้ ผู้รับบริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าแรง ค่าอะไหล่ ค่าตรวจเช็คทำความสะอาดสินค้า เว้นแต่กรณีซ่อมแซมสินค้า ซึ่งชำรุดจากเหตุดังต่อไปนี้ 

  • สินค้าถูกใช้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ในการกรองอากาศ/กรองน้ำเพื่ออุปโภคหรือบริโภคในสำนักงานหรือที่พักอาศัย 
  • สินค้าชำรุดจากเหตุสุดวิสัย หรืออุบัติเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ให้บริการ 
  • สินค้าถูกถอดออกจากสถานที่ติดตั้งหรือถูกซ่อมแซมโดยผู้รับบริการเอง หรือผู้อื่นที่มิใช่ช่างผู้ชำนาญการของผู้ให้บริการ 
  • สินค้าถูกดัดแปลง แก้ไข ต่อเติม หรือถูกกระทำการใดๆ ที่ทำให้การทำงานของสินค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม 
  • สินค้าถูกนำไปใช้ร่วมกับไส้กรองยี่ห้ออื่น หรือนำไส้กรองที่ถูกเปลี่ยนแล้วมาใช้ใหม่ 

10. การบริการนี้จะระงับ / สิ้นสุด ในกรณีดังต่อไปนี้ 

  • ในกรณีเช่าซื้อสินค้า สัญญาบริการสิ้นสุดเมื่อสัญญาเช่าซื้อสินค้าถูกบอกเลิกโดยชอบด้วยกฎหมาย 
  • การให้บริการสิ้นสุดเมื่อสินค้าสูญหาย บุบสลาย หรือชำรุดเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้งานตามปกติได้
    โดยไม่ใช่ความผิดของผู้ให้บริการ 
  • การให้บริการสิ้นสุดเมื่อผู้รับบริการย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้า โดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้ให้บริการ
  • ในกรณีเช่าซื้อสินค้า การให้บริการจะถูกระงับชั่วคราว เมื่อผู้รับบริการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน ทั้งนี้ จนกว่าผู้รับบริการจะได้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่จนครบถ้วน โดยไม่ทำให้ระยะเวลาบริการตามสัญญาฉบับนี้สะดุดหยุดลง 
  • ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้ อาทิเช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล สงครามกลางเมือง
    การประท้วง เป็นต้น การให้บริการจะถูกระงับชั่วคราว จนกว่าเหตุสุดวิสัยนั้นๆ สิ้นสุดลงโดยระยะเวลาบริการตามสัญญาจะหยุดลง และนับต่อไปตั้งแต่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง 

11. หากข้อความในสัญญาข้อหนึ่งข้อใดเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์ คู่สัญญาตกลงให้ถือว่าส่วนที่ไม่เป็นโมฆะหรือสมบูรณ์   แยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์นั้น และมีผลใช้บังคับได้

เงื่อนไขการซื้อสินค้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ, เก้าอี้นวดไฟฟ้า

1.บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (“Coway”) จะรับคำสั่งซื้อสินค้า (“สินค้า”)  หรือบริการ (“บริการ”) ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายดังระบุไว้ในด้านหน้านี้ โดยบุคคลซึ่งมีคำสั่งซื้อสินค้าหรือบริการจาก Coway (“ลูกค้า”) จะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขและข้อตกลงดังกล่าวด้วย สำหรับการสั่งซื้อของลูกค้าถือเป็นเอกสารหลักฐานที่มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการสั่งซื้อสินค้า ประเภทสินค้า ราคา ตลอดจนระบุสถานที่ติดตั้งสินค้า และคำสั่งการจัดส่งสินค้าเท่านั้น ดังนั้น ข้อกำหนดใดๆ ในคำสั่งซื้อของลูกค้า (หรือเอกสารและการสื่อสารอื่นๆ) ที่ไม่สอดคล้องกัน หรือเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงดังระบุในเอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นส่วนของสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง Coway และลูกค้า ในการนี้ Coway ขอสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขปรับปรุงเงื่อนไข และข้อตกลงดังกล่าวได้ตลอดเวลา

Coway จะทำการติดตั้งสินค้าหลังจากที่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือเงินดาวน์ตามที่กำหนดถูกต้องครบถ้วนแล้วเท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์ไม่ติดตั้งสินค้า และมีสิทธินำสินค้ากลับคืนทันที ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่าลูกค้าชำระเงินค่าสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด
2. สินค้าของ Coway เป็นสินค้าใหม่ทั้งหมด โดยเป็นสินค้าผลิตจากประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีน นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย Coway จะรับประกันสินค้าตามระยะเวลาที่ลูกค้าทำสัญญากับ Coway  การรับประกันสินค้าจะรับผิดเฉพาะในกรณีอันเกิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าเท่านั้น เมื่อเกิดปัญหากับสินค้าจากการใช้งานตามปกติ การรับประกันของ Coway จะรับประกันครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง อุปกรณ์ และอะไหล่ต่างๆ โดยความรับผิดชอบสูงสุดของ Coway นั้น จะชดเชยให้เท่ากับหรือไม่สูงกว่าราคาที่ซื้อสินค้าประเภทนั้นๆ
3. ราคาสินค้า Coway ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้ตลอดเวลา หากลูกค้าเกิดความไม่แน่ใจในราคา โปรดเยี่ยมชมรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.coway.co.th เพื่อตรวจสอบราคาและประเภทของสินค้าทุกชนิด
4. Coway ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธในการทำการค้ากับบริษัทหรือบุคคลใดๆ และ/หรือปฏิเสธที่จะตอบรับคำสั่งซื้อใดๆจากลูกค้า และ/หรือมีสิทธิที่จะอนุมัติหรือปฏิเสธการสั่งซื้อสินค้าใดๆ จากลูกค้า
5. การจัดส่งและการติดตั้งสินค้า Coway จะจัดส่งและติดตั้งสินค้าให้ลูกค้าภายหลังจากที่ Coway ตรวจสอบเอกสารและสอบถามข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้ว และเห็นว่าลูกค้ามีคุณสมบัติตามที่ Coway กำหนด (เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่นก่อนวันที่มีการจัดส่งสินค้า) นอกจากนี้ Coway จะแจ้งรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมให้ลูกค้าทราบ ณ วันที่ติดตั้งหรือส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า

       ทั้งนี้ วันและเวลาในการจัดส่งสินค้าตามที่ระบุไว้ในคำสั่งซื้อ หรือตามที่ตัวแทนของ Coway ได้แจ้งต่อลูกค้านั้น เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น อาจเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด (แล้วแต่กรณี) ดังนั้น ลูกค้าไม่สามารถนำคำบอกกล่าวหรือความล่าช้าดังกล่าวมาเป็นเหตุให้บอกเลิกคำสั่งซื้อ สัญญาต่างๆ หรือฟ้องร้องดำเนินคดีกับ Coway
6. การชำระเงินค่าสินค้า เมื่อลูกค้าชำระเงินค่าสินค้าแล้ว Coway จะออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวให้แก่ลูกค้าไว้เป็นหลักฐาน และลูกค้าจะได้ใบเสร็จรับเงินฉบับตัวจริงไม่เกิน 40 วันภายหลังจากได้รับการติดตั้งหรือรับมอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว

การชำระเงิน:

การชำระค่าสินค้าและบริการทั้งหมด จะดำเนินการผ่านระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Online Payment Gateway) ซึ่งให้บริการและดูแลความปลอดภัยโดย บริษัท โอมิเซะ จำกัด (OMISE Payment Gateway)โดยรองรับการตัดชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต และช่องทางออนไลน์อื่นๆ ตามที่ระบบกำหนด

สัญญาเช่าซื้อสำหรับเครื่องปรับอากาศ, เก้าอี้นวดไฟฟ้า

โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันมีข้อความดังต่อไปนี้

ข้อ1. ข้อตกลงในการเช่าซื้อ รายการทรัพย์สิน ระยะเวลาการเช่าซื้อ การชำระเงินล่วงหน้าและการชำระค่าเช่าซื้อ

1.1 คู่สัญญาตกลงว่า การชำระเงินค่าเช่าซื้อในแต่ละงวดจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ให้เช่าซื้อได้รับเงินนั้นและได้ออกใบเสร็จรับเงินในงวดนั้นๆให้แก่ผู้เช่าซื้อไว้เป็นหลักฐานแล้วเท่านั้น

1.2 หากผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือชำระเงินค่างวดในแต่ละงวดไม่ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้เช่าซื้อตกลงชำระค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยให้ผู้ให้เช่าซื้อดังต่อไปนี้

1.2.1 ค่าติดตามทวงถามหนี้ โดยคำนวณอัตราค่าธรรมเนียมตามประกาศของคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ และ

1.2.2 ดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 1.25 (1.25%) ต่อเดือน ของยอดค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อค้างชำระ นับจากวันที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ เมื่อถึงกำหนดชำระในงวดนั้นๆ

1.3 ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน และผู้ให้เช่าซื้อได้บอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อชำระภายในสามสิบ (30) วันแล้ว ผู้เช่าซื้อไม่ชำระ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ทันที และผู้เช่าซื้อจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อภายในเจ็ด (7) วัน นับแต่วันบอกเลิกสัญญา หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้า (15) ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะได้ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ กับทั้งจะต้องชดใช้เบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายในการติดตามเอาทรัพย์คืน ค่าทนายความ ตลอดจนบรรดาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นใดที่เกิดขึ้น นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าผู้ให้เช่าซื้อจะได้กลับเข้าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าซื้อนั้นคืน 

1.4 กรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อได้เสนอส่วนลดหรือเงื่อนไขพิเศษให้แก่ผู้เช่าซื้อ เช่น เสนอราคาส่วนลดพิเศษ โปรโมชั่นพิเศษ ให้ข้อเสนอหรือเงื่อนไขพิเศษดังกล่าวสิ้นผลไปทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลาที่ผู้ให้เช่าซื้อเสนอ โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด 

1.5 ในกรณีที่ผู้ซื้อสินค้าใช้สิทธิเลิกสัญญา ผู้ซื้อต้องส่งสินค้าคืนให้แก่ผู้ขายตามที่อยู่ ณ สถานที่ที่ผู้ขายกำหนด 

1.6 หากผู้เช่าซื้อทำผิดสัญญา ผิดนัดชำระหนี้ เปลี่ยนรูปแบบการชำระหนี้จากการตัดบัตรเครดิตที่แจ้งความประสงค์กับผู้ให้เช่าซื้อไว้ก่อนหน้านี้มาเป็นการชำระหนี้โดยวิธีอื่น หรือมีเหตุอื่นในลักษณะดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกราคาโปรโมชั่นที่ได้เคยแจ้งไว้กับผู้เช่าซื้อก่อนหน้านี้แล้วกลับมาใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้เช่าซื้อชำระราคาค่าสินค้าเต็มตามราคาเดิมได้ โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าและผู้เช่าซื้อทราบเงื่อนไขดังกล่าวนี้แล้วไม่คัดค้านแต่อย่างใด

ข้อ2. การส่งมอบ และสถานที่ติดตั้งทรัพย์สิน

2.1 คู่สัญญาตกลงให้สัญญาฉบับนี้มีผลผูกพันคู่สัญญาต่อเมื่อมีการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในสัญญาและได้มีการลงลายมือชื่อในหลักฐานยืนยันการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อแล้ว

อนึ่ง หากผู้เช่าซื้อหรือตัวแทนของผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมลงลายมือชื่อในหลักฐานยืนยันการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หรือมีกรณีอื่นใดที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวได้ ให้สัญญาฉบับนี้มีผลผูกพันคู่สัญญาทันทีนับตั้งแต่วันที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อเสร็จสิ้น

2.2 ผู้เช่าซื้อขอยืนยันว่าได้ทำการตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อแล้ว เห็นว่าทรัพย์สินที่เช่าซื้ออยู่ในสภาพปกติ เรียบร้อยและสมบูรณ์ถูกต้องใช้การได้ดีแล้วในขณะที่รับมอบสินค้า หากผู้เช่าซื้อหรือตัวแทนของผู้เช่าซื้อตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินที่เช่าซื้อชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้เช่าซื้อหรือตัวแทนผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้เช่าซื้อไม่อาจยกเหตุแห่งความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่เช่าซื้อขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือข้ออ้างใดๆ ต่อผู้ให้เช่าซื้อทั้งสิ้น

2.3 ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งทรัพย์สินและกำลังไฟฟ้าที่เพียงพอสำหรับการติดตั้ง และใช้งานทรัพย์สินตามมาตรฐานที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด

2.4 ผู้เช่าซื้อจะต้องเก็บรักษาทรัพย์สินให้อยู่ในความครอบครอง และการควบคุมดูแลของผู้เช่าซื้อตลอดเวลา ณ สถานที่ติดตั้ง ทั้งนี้ การย้ายทรัพย์สินออกจากสถานที่ติดตั้งจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อก่อนทุกครั้ง

ข้อ3. การโอนสิทธิและย้ายสถานที่ติดตั้งทรัพย์สิน

3.1 ภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าซื้อทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นได้ ภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อแล้ว หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะโอนสิทธิการเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิในอัตรา 1,000 บาท ต่อครั้ง 

  ทั้งนี้ในการโอนสิทธิการเช่าซื้อดังกล่าวจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อและทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน ผู้รับโอน และผู้ให้เช่าซื้อครบถ้วนแล้วเท่านั้น

3.2 การย้ายสถานที่ติดตั้ง

3.2.1 ในกรณีที่สินค้าเป็นเก้าอี้นวด หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะย้ายสถานที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อไม่สามารถถอด และติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ด้วยตนเอง โดยผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้ทำการถอดและติดตั้งให้เท่านั้น ทั้งนี้ ในการถอดและติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อครั้งแรก ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าบริการถอดในอัตรา 500 บาท และค่าบริการติดตั้งในอัตรา 500 บาท และครั้งต่อไป หากผู้เช่าซื้อมีความประสงค์จะถอดและติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อครั้งใหม่อีก ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าบริการถอดในอัตรา 1,000 บาท ต่อครั้ง และค่าบริการติดตั้งในอัตรา 1,000 บาท ต่อครั้ง ตลอดอายุสัญญา

3.2.2  ในกรณีที่สินค้าเป็นเครื่องปรับอากาศหากผู้เช่าซื้อจะทำการย้ายสถานที่ติดตั้ง ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าบริการถอดในอัตรา 800 บาท ต่อครั้ง และจะต้องชำระค่าบริการติดตั้งสินค้าใหม่ในอัตรา 3,000 บาท ต่อครั้ง

3.2.3 ในการขนย้ายทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องจัดให้มีการใช้บริการขนส่งที่มีมาตรฐานในการขนส่ง และต้องใช้วัสดุในการห่อหุ้มสินค้าอย่างดีเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าได้รับความเสียหาย ในกรณีที่สินค้าเกิดความเสียหายในระหว่างขนส่ง ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง

3.2.4 ในกรณีสินค้าได้รับความเสียหายแต่ไม่ถึงขนาดที่สินค้าไม่สามารถใช้การได้โดยไม่ใช่ความผิดของผู้ให้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อไม่จำต้องรับผิดในความเสียหายใดๆแก่ผู้เช่าซื้อ และผู้เช่าซื้อจะไม่ยกเอาเหตุแห่งความเสียหายนั้นมาเป็นเหตุบอกเลิกสัญญา ทั้งนี้ ผู้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อต่อไปจนกว่าจะครบถ้วน  

3.2.5 ผู้ให้เช่าซื้อขอสงวนสิทธิในการพิจารณาอนุมัติให้มีการย้ายสถานที่ติดตั้งเฉพาะพื้นที่ที่มีศูนย์บริการของผู้ให้เช่าซื้อเท่านั้น

3.3 ผู้เช่าซื้อทราบดีว่า สิทธิในการเช่าซื้อเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าซื้อแต่ละบุคคล ดังนั้น การโอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อเป็นหน้าที่ของผู้เช่าซื้อที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน หากผู้เช่าซื้อไม่ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิปฏิเสธการโอนสิทธิได้ และในกรณีที่ไม่สามารถโอนสิทธิได้ ผู้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ต้องรับผิดชำระค่า
เช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อต่อไปจนกว่าจะครบถ้วนตามสัญญาต่อไป

ข้อ4. คำรับรองของผู้เช่าซื้อ

4.1 ผู้เช่าซื้อจะต้องใช้งานทรัพย์สินที่เช่าซื้อด้วยความระมัดระวัง และสงวนรักษาทรัพย์สินเสมอด้วยวิญญูชนจักพึงสงวนรักษาทรัพย์สินของตนเอง และจะไม่ใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในทางที่ผิดกฏหมาย ผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์และผู้เช่าซื้อจะต้องไม่ทำการดัดแปลง รื้อถอน ซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ ชิ้นส่วนของทรัพย์สินที่เช่าซื้อโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อแล้วเท่านั้น

4.2 ผู้เช่าซื้อตกลงเข้าทำสัญญาบริการบำรุงรักษาทรัพย์สินตลอดระยะเวลาการเช่าซื้อตามเงื่อนไขที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด

4.3 ผู้เช่าซื้อจะไม่นำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปใช้เพื่อการพาณิชย์ หรือเพื่อการประกอบธุรกิจ หรือเพื่อการอื่นใด นอกเหนือจากวัตถุประสงค์สำหรับใช้ในครัวเรือนหรือสำนักงาน เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อ

ข้อ5. กรรมสิทธิ์ การตรวจสอบและความรับผิดในกรณีที่ทรัพย์สินชำรุดหรือสูญหาย

5.1 ในระหว่างการเช่าซื้อตามสัญญานี้ ผู้ให้เช่าซื้อยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และผู้เช่าซื้อสัญญาว่าจะไม่นำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปจำหน่าย จำนำ ให้เช่า ให้ยืม หรือให้ผู้อื่นครอบครอง หรือใช้ หรือนำไปไว้ที่อื่นนอกจากสถานที่ติดตั้งที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ หากผู้เช่าซื้อฝ่าฝืน ถือว่าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน และเรียกเอาทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนได้ทันที พร้อมกับมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญาต่อผู้เช่าซื้อเพื่อเรียกค่าเสียหายได้

5.2 ในระหว่างการเช่าซื้อตามสัญญาฉบับนี้ ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อและ/หรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อเข้าไปในสถานที่ของผู้เช่าซื้อหรือสถานที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ เพื่อตรวจสภาพทรัพย์สิน รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยการเข้าไปของผู้ให้เช่าซื้อถือว่าเป็นเหตุอันควรไม่ถือเป็นการบุกรุก หรือเป็นความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาแต่อย่างใด

5.3 ในกรณีที่ทรัพย์สินถูกโจรกรรม อัคคีภัย อุทกภัย วินาศภัย สูญหาย ถูกทำลาย ถูกยึดหรืออายัด หรือถูกริบทรัพย์ ไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใดก็ตาม อันเนื่องมาจากความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแต่ฝ่ายเดียว และผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบโดยทันที โดยผู้เช่าซื้อตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อเต็มจำนวนตามความเสียหายที่แท้จริง

5.4 ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อทำการดัดแปลงแก้ไข หรือต่อเติมทรัพย์สินที่เช่าซื้อโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อก่อน ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าซื้อในบรรดาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการทำให้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อกลับคืนสู่สภาพเดิม

5.5 ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกแก่ผู้เช่าซื้อทันที เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชำระค่างวดทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้กับผู้ให้เช่าซื้อครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ตกลงไว้ในสัญญาฉบับนี้

ข้อ6. การบอกเลิกสัญญา

6.1 สัญญานี้มีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจนกว่าจะครบกำหนดการเช่าซื้อ หรือเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดการเช่าซื้อ ตามข้อตกลงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญานี้

6.2 เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญานี้ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้ ก่อนครบกำหนดการเช่าซื้อ โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เมื่อปรากฏเหตุดังต่อไปนี้

6.2.1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน หรือ

6.2.2 ผู้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง และไม่แก้ไขการประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าซื้อ หรือ

6.2.3 ทรัพย์สินสูญหาย เสียหาย หรือถูกทำลายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ดีดังเดิม หรือถูกยึด ถูกอายัด หรือตกไปอยู่ในครวามครอบครองของบุคคลภายนอก

6.2.4 ผู้เช่าซื้อกระทำการใดๆ ในการดัดแปลง หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน จนทำให้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือ

6.2.5 ผู้เช่าซื้อถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกยึดทรัพย์บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล

6.3 กรณีมีการบอกเลิกสัญญา ผู้เช่าซื้อจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้ดีแก่ผู้ให้เช่าซื้อ ณ สถานที่ที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระและเรียกค่าเสียหายได้ทันที อีกทั้งยินยอมชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัด หรือเป็นหนี้อยู่ในเวลานั้นตามสัญญา และยอมชดใช้ค่าติดตามทวงถามแก่ผู้ให้เช่าซื้ออีกด้วย กรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืน ถือว่าผู้เช่าซื้อครอบครองทรัพย์สินที่เช่าซื้อไว้โดยมิชอบ และยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้แทนติดตามเข้าไป ณ ที่ซึ่งทรัพย์สินที่เช่าซื้อนั้นอยู่เพื่อเข้ายึดถือครอบครองเอาคืนไปได้เอง โดยผู้เช่าซื้อยินยอมไม่โต้แย้งขัดขวาง ไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ และยอมใช้ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ ที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องเสียไปในการสืบสวน ติดตามยึดถือ ครอบครอง ฟ้องร้อง ติดตามเอาทรัพย์สินคืน และค่าซ่อมแซมทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วน และผู้เช่าซื้อยอมชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ หรือใช้ค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการเอาทรัพย์สินนั้นให้เช่าในอัตราค่าเช่าตามปกติ
อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ผู้ให้เช่าซื้อจะเลือก ทั้งนี้ จนกว่าผู้เช่าซื้อจะได้ลงลายมือชื่อทำบันทึกยอมคืนและส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อแล้ว ถ้าวันทำบันทึกส่งมอบอยู่ระหว่างยังไม่ครบงวดก็ยอมชำระงวดนั้นเต็มจำนวน แต่ถ้าผู้ให้เช่าซื้อได้ขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปแล้วยังไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาฉบับนี้
กับค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ผู้เช่าซื้อจะชดใช้เงินให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วน

6.4 เมื่อผู้ให้เช่าซื้อได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าซื้อแล้ว หากผู้ให้เช่าซื้อจะนำออกขายให้แก่บุคคลอื่น ผู้ให้เช่าซื้อจะปฏิบัติดังนี้

6.4.1 ก่อนขายให้แก่บุคคลอื่น ผู้ให้เช่าซื้อต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อทราบเป็นหนังสือไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน เพื่อให้ผู้เช่าซื้อใช้สิทธิซื้อได้ตามมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อก่อน หากผู้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิซื้อคืนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อสามารถนำทรัพย์สินนั้นออกขายให้กับบุคคลอื่นตามสภาพของทรัพย์สินในขณะนั้นได้

6.4.2 ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อออกขาย หากได้ราคาเกินกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะคืนเงินส่วนที่เกินนั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อ แต่หากได้ราคาน้อยกว่ามูลหนี้ในส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ       ผู้เช่าซื้อจะรับผิดส่วนที่ขาดนั้นเฉพาะโดยวิธีประมูลหรือขายทอดตลาดที่เหมาะสมเท่านั้น

6.5 ผู้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยส่งหนังสือแสดงเจตนาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งหรือวันที่ได้รับมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปยังผู้ให้เช่าซื้อ ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เช่าซื้อต้องอยู่สภาพสมบูรณ์เช่นเดียวกับขณะส่งมอบ หากการบอกเลิกสัญญาเป็นไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่ได้เกิดจากความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อตกลงชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งสินค้าหรือทรัพย์สินที่เช่าซื้อกรณีสินค้าเป็นเก้าอี้นวด ในอัตรา 3,000 บาท และกรณีสินค้าเป็นเครื่องปรับอากาศ ในอัตรา 5,000 บาท 

6.6 เมื่อสัญญาฉบับนี้ได้ถูกบอกเลิกแล้ว บรรดาเงินค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อได้จ่ายให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อแล้วตามสัญญานี้ให้ตกเป็นของผู้ให้เช่าซื้อทั้งหมด โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ต้องคืนเงินใดๆ ให้แก่ผู้เช่าซื้อ

ข้อ7. การชำระค่าปรับ

 เมื่อผู้เช่าซื้อที่ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน 60 เดือน (5 ปี)  ขึ้นไป บอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดตามระยะเวลาของสัญญา ผู้เช่าซื้อต้องเสียค่าปรับจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

7.1 กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาเช่าซื้อ 36 (สามสิบหก) เดือน นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสัญญา ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าปรับเท่ากับจำนวนเงินค่างวดต่อเดือน จนถึงเดือนที่ 36 (สามสิบหก) และชำระค่าปรับเพิ่มเติมอีกในอัตราร้อยละ 50 ของเงินค่างวดต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่ 37 จนถึงงวดสุดท้ายของค่างวดสัญญา (สามสิบเจ็ด ถึง งวดสุดท้ายของค่างวดสัญญา) หรือ
7.2 กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาภายหลังระยะเวลาเช่าซื้อ 36 (สามสิบหก) เดือน นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสัญญา  ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 50 ของเงิน   ค่างวดต่อเดือน ตั้งแต่งวดที่บอกเลิก จนถึงงวดสุดท้ายของค่างวดตามสัญญา 

ข้อ 8. การให้บริการในระยะรับประกันคุณภาพ

8.1 ผู้ให้เช่าซื้อตกลงรับประกันคุณภาพของสินค้า รวมทั้งการซ่อมแซม บำรุงรักษาและเปลี่ยนอะไหล่เป็นระยะเวลาตลอดอายุสัญญา นับจากวันที่ผู้เช่าซื้อได้ลงนามรับมอบหรือได้รับการติดตั้งสินค้า เว้นแต่ สินค้า อุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนอะไหล่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้เช่าซื้อหรือเกิดจากการใช้งานแบบผิดประเภทของผู้เช่าซื้อหรือเกิดมาจากสัตว์เลี้ยงของผู้เช่าซื้อหรือของบริวารของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าเสียหายต่างๆ นั้นด้วยตัวเอง ทั้งนี้ รายละเอียดการให้บริการปรากฏตามเงื่อนไขการให้บริการ และคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าซื้อฉบับนี้

8.2 การรับประกันสินค้าสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้ 

8.2.1 ในกรณีที่สินค้าได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากความผิดของผู้เช่าซื้อหรือบุคคลที่ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ใช้ทรัพย์สิน 

8.2.2 ผู้เช่าซื้อให้บุคคลอื่นเข้าทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ โดยที่ไม่ใช่ช่างหรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อ

8.2.3 ผู้เช่าซื้อทำการย้ายสถานที่ติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อโดยไม่แจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

8.2.4 สินค้าได้รับความเสียหาย อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่น โดยไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์ของผู้ให้เช่าซื้อหรือไม่ใช่ความผิดของผู้ให้เช่าซื้อ 

8.2.5 สินค้าได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยงของผู้เช่าซื้อหรือของบริวารของผู้เช่าซื้อหรือบุคคลที่ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ใช้ทรัพย์สิน

ข้อ 9. การบอกกล่าว

9.1 การบอกกล่าวใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ให้ทำเป็นหนังสือและส่งโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้หรือตามที่อยู่ที่ผู้เช่าซื้อแจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือครั้งหลังสุด ในกรณีที่ส่งไม่ได้หรือคู่สัญญาย้ายที่อยู่ไปโดยไม่แจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบ ให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นได้รับคำบอกกล่าวแล้วในวันที่ไปรษณีย์ไปถึง หรือให้ถือว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้รับการบอกกล่าวโดยชอบแล้ว หรือการแสดงเจตนาโดยถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อครบกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบอกกล่าวนั้น

9.2 คู่สัญญาตกลงให้ถือเอาที่อยู่ตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้เป็นภูมิลำเนาที่ถูกต้อง เพื่อการติดต่อและการส่งหนังสือบอกกล่าวระหว่างคู่สัญญา จนกว่าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะได้แจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง

ข้อ10. คู่สัญญาตกลงให้นำใบสั่งซื้อสินค้า/สัญญาเช่าซื้อ/สัญญาบริการ หลักฐานยืนยันการติดตั้งทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หรือหากคู่สัญญามีข้อตกลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้เพิ่มเติมในภายหลัง คู่สัญญาตกลงให้เอกสารหรือข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้และมีผลผูกพันคู่สัญญาด้วย

ข้อ11. หากข้อตกลงข้อหนึ่งข้อใดในสัญญาหรือที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์ คู่สัญญาตกลงให้แยกข้อตกลงดังกล่าวออกจากกัน และให้คู่สัญญามาผูกพันกันตามสัญญาหรือข้อตกลงส่วนที่เหลือที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย

           

เงื่อนไขการให้บริการสำหรับเครื่องปรับอากาศ, เก้าอี้นวดไฟฟ้า

โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันอันมีข้อความดังต่อไปนี้

ข้อ1. ผู้ให้บริการตกลงให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมสินค้าตามสัญญา ณ สถานที่ติดตั้งสินค้า ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา นับแต่วันที่ติดตั้งสินค้า หรือวันที่เริ่มต้นสัญญา

ข้อ2. ตลอดระยะเวลาบริการตามสัญญา ผู้ให้บริการตกลงให้บริการบำรุงรักษา และซ่อมแซมสินค้า มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

2.1 ผู้ให้บริการตกลงให้บริการตรวจสภาพและบำรุงรักษาและทำความสะอาดสินค้า ของแต่ละประเภทสินค้าตามรอบบริการที่ระบุไว้ ยกเว้น ในรอบบริการสุดท้าย ผู้ให้บริการจะไม่เข้าบริการทำความสะอาด
2.2 ซ่อมแซมสินค้าในกรณีที่สินค้าเกิดชำรุดจากการใช้งานปกติในครัวเรือน หรือสำนักงาน
2.3 ให้คำแนะนำแก่ผู้รับบริการทางโทรศัพท์ (Call Center 1421) โทรสาร (Fax) จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (E-Mail) หรือด้วยวิธีอื่นใด โดยเจ้าหน้าที่ช่างผู้บริการของผู้ให้บริการ
2.4 ผู้ให้บริการตกลงจัดหาช่างผู้ชำนาญการ เพื่อเข้าให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมสินค้า โดยช่างผู้ชำนาญการจะเข้าให้บริการในเวลาทำการปกติของผู้ให้บริการ จันทร์-เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

ข้อ3. ในการย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้า จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการเสียก่อน โดยยื่นคำขอย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้าตามแบบที่ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อให้ผู้ให้บริการตรวจสอบพื้นที่การให้บริการ และพิจารณาอนุมัติให้ย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้าได้

ข้อ4. ผู้รับบริการยินยอมให้ผู้ให้บริการหรือตัวแทนของผู้ให้บริการเข้าไปในอาคารหรือที่พักอาศัยที่ติดตั้งสินค้า เพื่อให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมในระหว่างเวลาทำการปกติของผู้รับบริการ

ข้อ5. ในการให้บริการซ่อมแซม ที่ต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่ ผู้ให้บริการตกลงส่งมอบอะไหล่อันใหม่ให้แก่ผู้รับบริการ และผู้รับบริการตกลงส่งมอบอะไหล่ที่ถูกเปลี่ยนนั้น คืนแก่ผู้ให้บริการ เพื่อแลกเปลี่ยนกัน

ข้อ6. ในการบริการซ่อมแซมที่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ หรืออะไหล่ จะต้องให้ช่างผู้ชำนาญการของผู้ให้บริการเป็นผู้กระทำเท่านั้น ผู้รับบริการไม่สามารถเก็บอุปกรณ์ หรืออะไหล่ เพื่อเปลี่ยน หรือซ่อมแซมด้วยตนเองได้ หรือผู้รับบริการไม่สามารถให้ช่างอื่นเข้ามาทำการซ่อมแซมได้

ข้อ7. การให้บริการตามเงื่อนไขบริการฉบับนี้ ผู้รับบริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าแรง ค่าอะไหล่ ค่าตรวจเช็คทำความสะอาดสินค้า เว้นแต่กรณีซ่อมแซมสินค้า ซึ่งชำรุดจากเหตุดังต่อไปนี้

  • สินค้าถูกใช้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์อื่นที่มิใช่มีไว้เพื่อใช้ในครัวเรือนหรือสำนักงาน
  • สินค้าชำรุดจากเหตุสุดวิสัย หรืออุบัติเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ให้บริการ 
  • สินค้าถูกถอดออกจากสถานที่ติดตั้งหรือถูกซ่อมแซมโดยผู้รับบริการเอง หรือโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ช่างผู้ชำนาญการของผู้ให้บริการ
  • สินค้าถูกดัดแปลง แก้ไข ต่อเติม หรือถูกกระทำการใดๆ ที่ทำให้การทำงานของสินค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม 
  • สินค้าถูกนำอะไหล่สินค้าอื่นมาเปลี่ยนโดยไม่ใช่อะไหล่ของสินค้าที่เช่าซื้อ หรือนำอะไหล่ที่ถูกเปลี่ยนแล้วมาใช้ใหม่ 

ข้อ8. การให้บริการนี้จะระงับ / สิ้นสุด ในกรณีดังต่อไปนี้

  • ในกรณีเช่าซื้อสินค้า การให้บริการสิ้นสุดเมื่อสัญญาเช่าซื้อสินค้าถูกบอกเลิกโดยชอบด้วยกฎหมาย 
  • การให้บริการสิ้นสุดเมื่อสินค้าสูญหาย บุบสลายหรือชำรุดเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้งานตามปกติได้ โดยไม่ใช่ความผิดของผู้ให้บริการ
  • การให้บริการสิ้นสุดเมื่อผู้รับบริการย้ายสถานที่ติดตั้งสินค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้ให้บริการ 
  • ในกรณีเช่าซื้อสินค้า การให้บริการจะถูกระงับชั่วคราว เมื่อผู้รับบริการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน ทั้งนี้ จนกว่าผู้รับบริการจะได้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่จนครบถ้วน โดยไม่ทำให้ระยะเวลาบริการตามสัญญาฉบับนี้สะดุดหยุดลง
  • ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้ อาทิเช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล สงครามกลางเมือง การประท้วง เป็นต้น การให้บริการจะถูกระงับชั่วคราว จนกว่าเหตุสุดวิสัยนั้นๆ สิ้นสุดลง โดยระยะเวลาบริการตามเงื่อนไขการให้บริการนี้จะหยุดลง และนับต่อไปตั้งแต่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง

ข้อ9. หากข้อความในเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ข้อหนึ่งข้อใดเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์ คู่สัญญาตกลงให้ถือว่าส่วนที่ไม่เป็นโมฆะหรือสมบูรณ์ แยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์นั้น และมีผลใช้บังคับได้

Was this article helpful?